
ในมุมมองของศิลปิน “สวน” ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่สีเขียวแต่คือสิ่งมีชีวิตที่หายใจไปพร้อมกับเราทั้งดินที่มีชีวิต รากไม้ที่หยั่งลึก ใบไม้ที่ไหวตามลม และดอกไม้ที่ผลิบาน…ก่อนจะค่อยๆ ร่วงโรย ทุกอย่างดูเหมือนธรรมดา แต่กลับเต็มไปด้วยความหมาย
สิ่งที่เราชอบมากของนิทรรศการนี้คือ “ความเงียบ” ที่ไม่ได้ว่างเปล่า แต่เต็มไปด้วยเสียงบางอย่างที่มองไม่เห็น เสียงของความทรงจำ เสียงของความเปราะบางและเสียงของความหวังที่ค่อย ๆ ซ่อนอยู่ในโทนสีเขียวของผลงาน ทุกฝีแปรงของ Warisa เหมือนเป็นการ “ฟัง” มากกว่าการ “วาด” เป็นบทสนทนาเงียบ ๆ ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ให้ทุกคนค่อย ๆ สัมผัสด้วยตาเนื้อ
บอกเลยว่า สวยสะกดทุกชิ้นงานเลยครับ ไม่คิดว่าสวนจะเล่าเรื่องได้ลึกขนาดนี้… จนต้องหยุดยืนดูอยู่นาน
ทุกย่างก้าว ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้แค่ “มองงานศิลปะ” แต่เหมือนกำลังถูกโอบล้อมอยู่ในสวนที่ทำให้ใจค่อยๆ สงบลงอย่างไม่รู้ตัว และในบางจังหวะ เส้นแบ่งระหว่าง “เรา” กับ “ธรรมชาติ” ก็เหมือนจะค่อย ๆ จางหายไป
หากช่วงนี้ใครรู้สึกเหนื่อยล้าหรืออยากหาอะไรฮีลใจเบา ๆ
ที่นี่เป็นอีกที่ที่อยากแนะนำให้ลองแวะมาสัมผัสกันดูนะครับ
แล้วคุณอาจจะได้ยิน “เสียงของสวน” ในแบบของตัวเอง ภายในงานยังมี merchants ผลงานภาพวาดให้สามารถเก็บสะสมกันได้อีกด้วยนะครับ
• Soul of Garden
• 18 มีนาคม – 26 เมษายน 2569
• RCB Galleria 5 ชั้น 3
River City Bangkok
• เข้าชมฟรี
































