เปิดประสบการณ์ Staycation ริมเจ้าพระยา ที่ความ Luxury ไม่ได้ถูกเล่าผ่านความหรูหราเพียงอย่างเดียว แต่ซ่อนอยู่ในทุกดีเทล ตั้งแต่วิวแม่น้ำจากทุกห้อง ไปจนถึงประสบการณ์ที่ทำให้การพักหนึ่งคืนพิเศษกว่าที่เคย

รอบนี้ Tongpaii พาทุกคนมาใช้ชีวิตช้าลงที่ The Peninsula Bangkok ตำนานโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ยังคงเสน่ห์ของ Timeless Luxury ไว้อย่างสวยงาม และทำให้เรารู้สึกว่าการพักผ่อนที่ดี คือการได้มีเวลาสัมผัสทุกช่วงเวลาอย่างเต็มที่ครับ

Welcome to Bangkok’s Urban Oasis เพียงเข้ามาด้านใน ความวุ่นวายของเมืองก็ค่อยๆ เลือนหายไป เหลือเพียงสวน Tropical ร่มรื่น สระว่ายน้ำทอดยาว และวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ให้ความรู้สึกเหมือนหลบมาพักในรีสอร์ตส่วนตัว ทั้งที่ยังอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ

ความหรูหราของที่นี่ไม่ได้หวือหวาหรือวิ่งตามเทรนด์ แต่เป็นความ Classic ที่อยู่เหนือกาลเวลา ผ่านงานไม้สัก โทนสีอบอุ่น รายละเอียดที่มีกลิ่นอายไทย และการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด หนึ่งในความพิเศษของเครือ The Peninsula คือเปิดโอกาสให้แขกได้เพลิดเพลินกับการพักผ่อนได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้นเมื่อจองตรงกับโรงแรม ด้วย “PenTime” ที่ให้คุณเลือกเวลาเช็กอินและเช็กเอาต์ได้ตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

ทริปนี้เราเข้าพักที่ Deluxe Suite ขนาด 74 ตร.ม. บนชั้น 22 ภายในแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน ทั้งห้องนอน ห้องแต่งตัว ห้องนั่งเล่น มุมรับประทานอาหาร และพื้นที่ชมวิวที่เปิดรับทัศนียภาพกว้างแบบ 180 องศา

ความยูนีคของ The Peninsula Bangkok อยู่ที่ตัวอาคารรูปทรงคล้ายตัวอักษร W และทางเดินแบบ Single Corridor ซึ่งออกแบบให้ห้องพักทุกห้องหันออกสู่แม่น้ำ ไม่ว่าจะอยู่ในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือแม้แต่ภายในห้องน้ำ ก็ยังมองเห็นเจ้าพระยาได้ในมุมที่แตกต่างกัน ตอนเช้าเราตื่นมาพร้อมแสงแรกเหนือแม่น้ำ ส่วนช่วงค่ำเพียงเปลี่ยนมานั่งอีกมุม ห้องเดิมก็เผยให้เห็นเส้นขอบฟ้าและแสงไฟของกรุงเทพฯ กลายเป็นอีกบรรยากาศที่สวยไปคนละแบบ

แต่ความประทับใจของที่นี่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้อง ประสบการณ์ของที่นี่ยังดำเนินต่อไปตลอดทั้งวัน เริ่มต้นช่วงบ่ายด้วย Afternoon Tea ที่ The Lobby ก่อนสนุกไปกับคลาสต่างๆในโรงแรม ใครเป็นสาย Active สามารถจองคอร์ตมาเล่น Pickleball ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของโรงแรมได้ เป็นอีกกิจกรรมที่ช่วยเติมความสนุกและเปลี่ยนมู้ดของ Staycation ครั้งนี้ให้มีสีสันมากขึ้น ก่อนปล่อยให้ช่วงค่ำเดินช้าลงไปกับ Dinner Buffet ริมแม่น้ำที่ River Cafe & Terrace

เช้าวันถัดไปเริ่มต้นอย่างสงบด้วย Sunrise Yoga พร้อมรับแสงแรกของวัน จากนั้นกลับมาทานอาหารเช้าที่ River Cafe & Terrace ซึ่งมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งอาหารนานาชาติ เบเกอรีอบใหม่ และผลไม้สดที่คัดสรรมาอย่างดี พร้อมดื่มด่ำกับวิวแม่น้ำเจ้าพระยายามเช้า

ก่อนจบการเข้าพัก เรายังได้ออกไปสำรวจฝั่งธนบุรีผ่าน Cultural Tour ค่อยๆ ทำความรู้จักเรื่องราว ชุมชน และวิถีชีวิตที่เชื่อมโยงอยู่กับโรงแรม ทำให้การพักครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงช่วงเวลาสบายๆ ริมแม่น้ำ แต่ยังพาเราไปค้นพบกรุงเทพฯ ในมุมใหม่ด้วยครับ

กิจกรรมทั้งหมดที่กล่าวมารวมอยู่ในประสบการณ์การเข้าพักครั้งนี้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

สิ่งที่เราชอบมากๆ คือ The Peninsula Bangkok โลเคชั่นไม่ได้แยกตัวเองออกจากเมือง แต่เชื่อมการพักผ่อนให้เข้ากับวัฒนธรรม Wellness อาหารและชุมชน ผ่านกิจกรรมต่างๆ ทำให้เราไม่ได้เพียงมานอนชมวิว แต่ยังได้สัมผัสกรุงเทพฯ ในมุมใหม่ๆ ไปพร้อมกัน

สำหรับเรา ที่นี่จึงเป็นมากกว่าตำนานโรงแรมหรูริมเจ้าพระยา แต่เป็น Urban Oasis ที่เปลี่ยนการพักหนึ่งคืนให้กลายเป็น Journey ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวและประสบการณ์ที่น่าจดจำครับ

The Peninsula Bangkok
333 ถนนเจริญนคร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ
มีเรือรับส่งระหว่างโรงแรมกับ Iconsiam และท่าเรือสาทร

Tags: , , , , , , , ,