ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูล/นัดชมโครงการแบบส่วนตัว หรือ Lives Tour กับ Personal Consultant สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: 099-099-0242 พิกัดโครงการ: https://bit.ly/3rHBl3X คลิกชมภาพและรีวิวเพิ่มเติมได้ที่: https://bit.ly/3DNfTlZ
สำหรับ Type ห้องแรก ที่ผมพามาดูเป็นห้อง Type 1 Bedroom Extra ขนาด 41 Sq.m. เป็นห้องขนาดกลาง บริเวณประตูทางเข้ามีระบบความปลอดภัยด้วย Electronic Door Lockซึ่งห้องนี้เป็น Type 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ส่วนครัวด้านหน้า และโซน Living ซึ่งมีการแบ่งฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างชัดเจน
มีการออกแบบให้มีพื้นที่โซนประกอบอาหารและพื้นเก็บของในบริเวณห้องครัว ไว้ให้พร้อมใช้งานมีความสัดส่วนและลงตัวตั้งแต่เปิดประตูห้องเลยครับถัดจากโซนพื้นที่ครัว ยังมีมุมโต๊ะทานข้าวที่เชื่อมต่อจากโซนครัว ให้สามารถจัดวางมื้ออาหารและพร้อมรับประทานได้จากมุมนี้ได้เลยLiving Area พื้นที่โซนห้องนั่งเล่นเป็นมุมโปรดของคนในบ้านเลยครับภายในห้องนอน ยังมีพื้นที่ด้านข้างเตียงให้สามารถวางโต๊ะทำงาน และสามารถนั่งทำงานได้จากมุมนี้ได้เลยครับห้องนอน มี Space กว้างขวาง ด้วยเพดานที่มีความสูง 2.8 เมตร ทำให้ห้องนอนมีความโปล่ง โล่งสบายสามารถ Built-in Walk in closet ได้จากภายในห้อง ที่ออกแบบฟังชั่นก์และสามารถใช่งานได้จริงแบบลงตัว ไม่ทำให้รู้สึกอึดอันเลยครับจุดเด่นของห้องนี้อีกอย่างคือห้องน้ำสามารถเข้าได้จากทั้งห้องนั่งเล่นและห้องนอนเลยครับ เรียกได้ว่าสะดวกให้กับแขกที่มาเยี่ยมเยียนและเจ้าของห้องเลยครับมองจากตรงนี้จะเห็นโซนห้องครัวที่ทางโครงการ Built-in GORENJE Full set Kitchen มาให้ มีการออกแบบให้มีซ่อนตู้เย็น เพื่อความสวยงามภายในห้องอีกด้วยห้องนั่งเล่น ออกแบบให้สามารถวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งไว้สำหรับนั่งเล่น อ่านหนังสือหรือดูทีวี ใช้ชีวิตร่วมกันภายในครัวครอบ รีแลกซ์มากๆ ครับเป็นพื้นที่มุมนั่งเล่นที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมดมุมริมกระจก มีการออกแบบให้มีการยกระดับพื้น ให้ Feeling เหมือนญี่ปุ่น สามารถชมวิวเมืองได้จากมุมนี้เต็มๆมาดู Type ห้องต่อมากันเลยดีกว่าครับเป็นห้องแบบ Sky loftขนาด 43+25 Sq.m.เปิดประตูเข้ามาด้านใน เป็นส่วนของห้องครัวที่อยู่ด้านหน้า พร้อมออกแบบให้มีเคาน์เตอร์ Pantry ที่มีขนาดใหญ่
พร้อมติดตั้งอุปกรณ์เครื่องครัวมาครัวชุดLiving Area ที่มีการเพดานสูงถึง 4.5 เมตร มีการแบ่งพื้นที่ Double Space บริเวณชั้น 2 ให้พื้นที่ใช้สอยมากถึง 60% ห้องมี Space กว้างขวาง โปร่ง โล่ง สบาย ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านเดี่ยวเลยครับเป็นมุมโปรดของทุกคนในบ้านเลยครับ ให้สามารถพักผ่อน ผ่อนคลายได้จากโซนนี้ สามารถจัดวางโซฟาขนาดใหญ่ได้สบายๆ ล้อมรอบไปด้วยกระจกบานใหญ่ สูงถึง 4.5 เมตร ให้เปิดรับแสงจากธรรมชาติเข้าห้องได้เต็มที่หน้าต่างกระจกบานสูงจากพื้นจรดเพดานรับแสงธรรมชาติ ให้บรรยากาศโปร่งสบายเปิดรับทิวทัศน์ภายนอกตลอดเวลา ทุกตารางนิ้วความผ่อนคลาย ของคนในครอบครัวลืมความรู้สึกแรกไปเลยครัว ว่านี่คือคอนโด แต่ให้ความรู้สึกเหมือนเราได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเดี่ยวเลยทีเดียวครับห้องอเนกประสงค์บริเวณชั้นล่าง สามารถดัดแปลงตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย, ใช้ทำเป็นห้องทำงาน, ห้องนอนลูก หรือห้องอเนกประสงค์อื่นๆ ก็ได้เลยครับส่วนตัวผมคิดว่าห้องนี้ คงใช้เป็นห้องนอนลูก เพราะเป็น Type ห้องที่มีขนาด Compact มีความสัดส่วนค่อนข้างลงตัว ตกแต่งภายในและจัดวางผังห้องไว้ดูเป็นไอเดีย อยู่ 3 คนพ่อแม่ลูก ก็ไม่อึดอัดเลยครับมุมบันได ที่สามารถเดินขึ้นไปบริเวณชั้น 2 ที่มีพื้นที่ใช้งานได้มากกว่า 60% เหมือนได้ห้อง Duplex ในราคาคุ้มค่า ส่วนของพื้นที่ใช้สอยก็กว้างมากเลยครับมาดูกันดีกว่าครับว่าพื้นที่ ชั้น 2 ที่ถูกออกแบบ Double Space จะมีฟังชั่นก์อะไรรองรับบ้างบริเวณชั้นสอง ก็ยังมีพื้นที่เหลือเฟือ ให้พอจัดสรรเป็นมุมต่างๆ ของบ้านได้พื้นที่ห้องนั่งเล่น ที่ออกแบบให้สามารถจัดวางโซฟาขนาดสามที่นั่งได้สบายๆเลยครับส่วนตัวเราชอบมุมนี้มากๆพื้นที่มากขึ้นก็ใช้ชีวิตได้มากขึ้นมุมความสุขของทุกคนในบ้านสามารถมองลงมาจากมุมนี้ ที่เชื่อมต่อไปยัง Living Area บริเวณชั้น 1 ข้อดีของดีไซน์เพดานสูง Double volume ที่ผมประทับใจยังมีการแบ่ง Space ไว้สำหรับ Walk In Closet ต้องถูกใจใครหลายๆ คนแน่ๆห้องนอนชั้น 2 เป็นมุมพักผ่อนที่สามารถจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ได้สบายเลยครับ พร้อมพื้นที่วางโต๊ะข้างเตียง รอบด้านอีกด้วยทำให้รู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว ให้เราได้ใช้ชีวิตพักผ่อนได้จากพื้นที่ในบ้านพื้นที่ห้องครัว ยังมุมจัดวางโต๊ะทานข้าว ได้ถึง 4 ที่นั่งด้วยกัน สามารถรองรับแขกได้สบายๆ เลยครับคอนโดใจกลางเมืองแบบนี้ ทำให้ผมสามารถใช้ชีวิตได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ออกไปทำงานในตอนเช้า ก็ไม่ต้องเร่งรีบมากนัก ที่สำคัญมีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้นอีกด้วยตั้งอยู่ในทำเลย่านอโศกเป็น Center Business District ของกรุงเทพฯ อยู่ในซอยสุขุมวิท 23 ใกล้แยกอโศกและใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า Interchange BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท หรือถ้าต้องเดินทางไปสนามบินที่นี่ก็ยังใกล้กับ Airport Rail Link อีกด้วยนะครับพื้นที่ส่วนกลางอีกจุดที่เป็นไฮไลท์และทำให้ผมประทับใจมากคือที่ชั้น 28 ชั้น จะมี Sky Pool เป็นสระแบบ Lab Pool ระบบเกลือ รวมถึงชั้น G ก็มี Glamorous Garden กับ Lobby ไว้ต้อนรับลูกค้าและผู้พักอาศัยเช่นกันชั้น 28 ประกอบไปด้วย Infinite-Edge Lap Pool, Kid’s Aqua Corner, Pleasant Jacuzzi, Blue Recreational Zone และ Green Leisure ZoneInfinite-Edge Lap Pool รับวิวได้ถึง 270 องศา และมีบันไดเดินเชื่อมขึ้นไปได้ถึงชั้น 30ชั้น 29 ประกอบไปด้วย 270 Experience Fitness Club, Serenity Yoga Studio, Sauna Room และ Elite Sky Working Lounge 270 Experience Fitness Club ห้องออกกำลังกายที่จะทำให้คุณชมวิวกรุงเทพฯ ได้แบบ 270 องศา ชั้น 30 ประกอบไปด้วย The Roof Bar & Dinning, Open-Air BBQ Area, Sky Common Pavilion และ The Sunset Deck จัดมาให้เต็มแบบไม่กั๊กกันเลยทีเดียวครับ