ค้นพบแรงบันดาลใจไอเดียใหม่ๆ กับพลังงานความสุขเล็กๆ ภายในบ้าน Lighting Design Styles จาก Lamptitude

ค้นพบแรงบันดาลใจไอเดียใหม่ๆ กับพลังงานความสุขเล็กๆ
ภายในบ้านได้ทุกวันไปกับ Lighting Design Styles จาก Lamptitude

วันนี้เราพาตัวเองออกมาได้ใช้ชีวิตไปพร้อมกับหาแรงบันดาลใจดีๆแบบสบายๆใน 1 วัน พาทุกคนไปสัมผัสกับ Showroom และผลงานโคมไฟคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ JAPANDI COLLECTION อย่างใกล้ชิด ซึ่งล้วนแต่มีเรื่องราวแรงบันดาลใจของเหล่าไอเดียใหม่ๆ พร้อมค้นหาตัวตนที่ซ่อนอยู่ภายในด้วยตัวเองที่รวมผสมอยู่ในการเยี่ยมชมของเราครั้งนี้อีกด้วย

เมื่อเข้าไปด้านใน Showroom เอาดีๆมันเปิดโลกสำหรับการเลือกซื้อ Lighting ในการตกแต่งบ้านสำหรับเรามากๆ เช่นกันครั้งแรกที่เราเห็นดีไซต์ สไตล์โคมไฟที่หลากหลาย ล้วนแต่เป็นงานดีไซต์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความเรียบง่ายและการใช้งานได้จริง ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย
ที่ผ่านกระบวนการคิดมาแล้วอย่างละเอียดถี่ถ้วนในด้านคอนเซปต์ เพียงแค่นำมาจัดวางให้ตรงกับความต้องการและเหมาะสมในแบบฉบับของ JAPANDI STYLE ซึ่งเกิดจากการผสมผสานของสไตล์การแต่งบ้านแบบญี่ปุ่น (Japanese) และสแกนดิเนเวียน (Scandinavian) ที่กำลังเป็นเทรนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาในตอนนี้โดยเน้นความเรียบง่าย นุ่มนวล ในสีเอิร์ธโทน ช่วยทำให้ภายในห้องดูอบอุ่น และเกิดสัมผัสใหม่ๆ อย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อนเลยครับ ซึ่งถ้าใครที่ชื่นชอบ JAPANDI STYLE อยู่แล้วนั้น ต้องประทับใจกับคอลเลคชั่นใหม่นี้อย่างแน่นอนครับ

นอกจากนี้ทาง Lamptitude ยังมีโคมไฟหลากสไตล์ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ที่มีความโดดเด่นจากเหล่าดีไซต์เนอร์ ซึ่งเป็นแบรนด์นำเข้าจากเวนิส ประเทศอิตาลี Masterpiece อีกหนึ่งจุดที่ห้ามพลาดเช่นกันกัน เป็นดีไซต์ในรูปแบบโมเดิร์นสไตล์ ที่มีความเรียบง่าย มินิมอล อีกทั้งยังลงตัวด้วยฟังก์ชัน ผ่านนวัตถกรรมเทคโนโลยีที่ทำให้ไฟส่องสว่างและตอบโจทย์กับทุก Space ได้อีกด้วย

ตอนที่เราได้พูดคุยกับน้องดีไซต์เนอร์ ซึ่งเป็นทีมงาน Lighting Designer ที่คอยอธิบายและแนะนำเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับการเลือกใช้ Lighting ภายในบ้านให้เราเข้าใจถึงส่วนสำคัญ ที่ถูกเลือกไว้ในการตกแต่งบ้านครั้งนี้อีกด้วย เพราะนอกจากความสวยงามต่างๆ แล้วการใช้งานที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต ผมคิดว่าจุดเด่นของที่นี่อีกหนึ่งอย่างก็คือ Lamp lab ข้อมูลและคำแนะนำดีๆ เป็นอีกไฮไลท์ที่น่าสนใจ

ดังนั้นถึงแม้คุณจะอยู่ที่บ้าน ก็สามารถเติมเต็มแรงบันดาลใจดีๆ ได้เช่นเดียวกัน พร้อมทั้งสร้างสรรค์พื้นที่ Space มิกซ์แอนด์แมตช์ให้เข้ากับบ้านได้แบบไม่จำกัดที่สะท้อนผ่านมุมมอง Lighting Design ที่แตกต่างในการใช้ชีวิต ที่ทำให้บ้านของคุณน่าอยู่มากยิ่งขึ้นทำให้ดูมีเรื่องราว ความหมายและที่มาเสมอ

เอาเป็นว่าเหตุผลหลักๆ ของการได้มาเดินดูโคมไฟสวยๆในครั้งนี้ เป็นเหมือนการเติมเต็มโสตประสาทและกระตุ้นไอเดียทั้งหมดของเรา ทำให้ Lamptitude กลายเป็นอีกหนึ่งโลเคชั่นที่เราประทับใจ

สำหรับใครที่กำลังมองหาองค์ประกอบหรือไอเดียในการตกแต่งบ้าน เลือกให้ Lamptitude ดูแลสิครับ
สามารถแวะไปที่ Showroom ทั้ง 3 สาขา หรือช้อปออนไลน์ก็ได้ที่ Line Official และ Facebook
ตอนนี้เขามีโปรโมชั่น END YEAR SALE ลดสูงสุดถึง 60% ด้วยนะ

เข้ามาช้อปปิ้งโคมไฟสไตล์เจแปนดิได้ มีทั้งโคมห้อย โคมตั้งพื้น โคมตั้งโต๊ะ โคมติดผนัง และอีกหลากหลายวัสดุพื้นผิว ทั้งงานแก้ว หิน กระจกสีชา ผ้า และอื่นๆ อีกมากมายได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูม Lamp District เอกมัย ตึก L นะครับ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ
• Line Official @Lamptitude หรือคลิก: https://lin.ee/1ToUeXH
• Inbox หาเราได้ทันที
• ดูรูปสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3sePXdT
สามารถเข้าชมสินค้าจริงได้ที่
• Lamp District เอกมัย ตึก L (โทร 02-3921837-8)
• Lamptitude สาขา ราชพฤกษ์ (โทร 02-108 0277)
• Lamptitude สาขา เชียงใหม่ (โทร 053-241-036 , 053-242-487)
Lamptitude Ekkamai
Location: https://goo.gl/maps/WoMVihCkmZFuMNiX9
Open Time: 10.00-19.00 น.
Tel: 02-3921837-8
BTS: เอกมัย
มีที่จอดรถ

ภายใน Showroom ของ Lamptitude ขึ้นมาบริเวณชั้น 2 ทุกคนจะได้พบกับ Lamp Gallery
ซึ่งเป็นโซนไฮไลท์ที่เราอยากพาทุกคนมาเยี่ยมชมในวันนี้เลยครับ
เป็น Space ที่เราตื่นเต้นมากๆ โดยภายใน Showroom มีการรวบรวมโคมไฟ ที่โดดเด่นเรื่องดีไซต์ของแต่ละประเภทได้อย่างลงตัว ให้ฟิลลิ่งเหมือนกำลังเดินเยี่ยมชม art gallery ที่มีการจัดแสดงสินค้าชุดใหญ่ ไฟกระพริบมากๆ ครับ
ไฮไลท์ของชั้นนี้เป็น JAPANDI COLLECTION จาก Lamptitude ที่เพิ่งเปิดตัวและได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเลยครับ
และเราก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ชื่นชอบ สไตล์ “เจแปนดิ”
รูปทรงจะเป็นสไตล์มินิมอล เรียบง่าย ลายเส้นไม่ซับซ้อน
สไตล์ “เจแปนดิ”เกิดจากสไตล์การแต่งบ้านแบบญี่ปุ่น (Japanese) และสแกนดิเนเวียน (Scandinavian) มาผสมผสานกัน
ที่กำลังเป็นเทรนที่ได้รับความนิยม
โดยเน้นความเรียบง่าย นุ่มนวล ในสีเอิร์ธโทน ทำให้บ้านดูอบอุ่น ชวนให้พักผ่อนและให้ทุสามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ให้เข้ากับบ้านได้ไม่ยาก จึงเป็นสไตล์ที่ครองใจใครหลายคนเลยทีเดียวครับ
โคมไฟสไตล์ JAPANDI มีให้เลือกทั้ง Indoor และ outdoor ที่สามารถนำใช้สำหรับตกแต่งบ้าน และนี่ก็เป็นโคมไฟอีกชิ้นที่เราชอบ
เพราะด้านบนมีแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ นำไปใช้ตกแต่งบ้านอีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ด้วย
ภายใน Showroom ยังมีหลากหลายสินค้ากว่า 1000 รายการ ที่สามารถเดินชม และเลือกช้อปปิ้ง ให้เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ในบ้านของคุณ
ไม่ว่าจะเป็นโคมห้อย โคมไฟตั้งโต๊ะ โคมตั้งพื้น โคมติดผนัง ก็มีให้เลือกเยอะมาก
โคมไฟสไตล์ Japandi ถือแป็นสไตล์ยอดฮิตและขายดีที่สุดในปีพ.ศ.นี้เลยครับ ซึ่งเรามักจะเห็นกันอยู่บ่อยๆ ตามคาเฟ่
ที่เลือกใช้เป็นของตกแต่งภายในร้าน มีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นผสมสแกนดิเนเวียน
ส่วนตัวชอบเลิฟ โคมไฟชิ้นมากๆ มันดูเก๋ และมีดูดีมีสไตล์ น่าจะเข้าเหมาะกับห้องนอนในคอนโดของเรามากๆ เลยครับ
โคมไฟมีหลากหลายไซส์ให้เลือก ให้เหมาะกับพื้นที่ของบ้านหรือคอนโด
รุ่น Random Solo ของ LODES จากอิตาลี
งานแก้วเป่าที่มีความใสและบางเบา ให้ความรู้สึกที่พิเศษไปจากเดิม สามารถเลือกจัดได้หลากหลายรูปแบบและจำนวนตามความต้องการ
อีกโซนที่รวมแบรนด์อิตาลี LODES และ Artemide ซึ่งสามารถเดินเชื่อมต่อถึงกันจากโซน JAPANDI Collection เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์
ที่ต้องห้ามพลาดเช่นเดียวกัน
สินค้าไฟแบรนด์ระดับโลก ซึ่งถูกจัดวางและนำเสนอได้สวยงามมากๆ ด้วยตัวดีไซต์ที่มีความโมเดิร์น แต่ยังคงมีความมินิมอล บางสินค้า ก็สามารถหาซื้อได้เฉพาะที่นี่ที่เดียวเท่านั้นนะครับ
โคมแก้วรุ่น Random Solo จากเมืองเวนิส นำเข้าโดยตรงจากอิตาลี มีความใสและแวววาวมากๆ ให้แสงที่พิเศษที่ต้องมาชมด้วยตัวเอง
สำหรับใครที่ชอบโคมไฟ masterpiece สไตล์อิตาลี ต้องไม่พลาดแบรนด์ Lodes กับดีไซน์สุดเรียบง่าย มินิมอลที่ลงตัวทั้งความสวยงาม ฟังก์ชัน ผสานด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้ไฟส่องสว่างตอบโจทย์พื้นที่ได้ยิ่งกว่าที่เป็น
หรือจะเป็นดีไซน์จากแบรนด์ Artimede จากประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์โคมไฟส่องสว่างที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก ที่นี่ก็มีนะครับ
โซนนี้จะเป็น LODES x DIESEL ตัวโคมจะมีคาแรคเตอร์ที่ดูอินดัลเทรียล มีหลากหลายคอลเลคชั่นให้เลือก
ถัดมาเราพามาชมที่ตึก M (Modern) ฝั่งตรงข้ามอีกฝั่งของถนนเอกมัย บริเวณโซนนี้ มีบริการ Lamp Lab ซึ่งเป็นโซนศูนย์รวมความรู้เรื่อง Lighting โดยมีทีม Lighting Designer คอยให้คำแนะนำและช่วยเราออกแบบการจัดวางไฟ
รวมไปถึงห้อง Test Room ที่จะช่วยจำลองคุณลักษณะของแสงในแบบต่างๆ ภายในบ้านโดยสามารถให้เราได้สัมผัสถึงการใช้งานของแสงไฟได้แบบจริงๆ
ซึ่ง Lighting Designer ก็จะคอยช่วยแนะนำให้ความรู้และให้คำปรึกษาเราอยู่ตลอด ทำให้รู้สึกอุ่นใจมาก
ซึ่งเราสามารถออกแบบและปรับแต่งตามไลฟ์สไตล์ในการอยู่อาศัยได้ทุกจุด ผ่านมุมมอง Lighting Design ที่แตกต่างในการใช้ชีวิต ที่ทำให้บ้านของคุณน่าอยู่มากยิ่งขึ้นเลยครับ
การได้มานั่งอยู่ตรงนี้ ทำให้เราได้รู้สึกถึงบรรยากาศของแสงจริงๆ ว่าจะเป็นยังไงเมื่อเรานำไปติดตั้ง
ซึ่งทาง Lamptitude จำลองพื้นที่เหมือนเป็นห้องๆนึง ไว้หลายโซน ช่วยให้เราได้เห็นภาพรวมแบบสมจริงมากขึ้น ทำให้ตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น
สำหรับใครที่กำลังมองหาองค์ประกอบหรือไอเดียในการตกแต่งบ้าน ลองให้ Lamptitude ดูแล
แวะไปที่ Showroom ทั้ง 3 สาขา หรือช้อปออนไลน์ก็ได้ที่ https://bit.ly/3DX3QED

พบกับโคมไฟสไตล์เจแปนดิทั้งโคมห้อย โคมตั้งพื้น โคมตั้งโต๊ะ โคมติดผนัง และอีกหลากหลายวัสดุพื้นผิว ทั้งงานแก้ว หิน กระจกสีชา ผ้า และอื่นๆ อีกมากมาย
ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม Lamp District เอกมัย ตึก L นะครับ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ
Line Official @Lamptitude หรือคลิก: https://lin.ee/1ToUeXH
Inbox หาเราได้ทันที
ดูรูปสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3DX3QED
สามารถเข้าชมสินค้าจริงได้ที่
Lamp District เอกมัย ตึก L (โทร 02-3921837-8)
Lamptitude สาขา ราชพฤกษ์ (โทร 02-108 0277)
Lamptitude สาขา เชียงใหม่ (โทร 053-241-036 , 053-242-487)
Tags: , , , , , , , , ,