
วันนี้ทางเพจเลยอยากแชร์บรรยากาศดีๆในร้านกาแฟแห่งนี้
กับลิสต์เพลงของเจ้าของร้าน Wonderroom.bkk เป็นอีกร้านที่อยากแนะนำสำหรับช่วงนี้เลยครับพามาดื่มด่ำกาแฟรสชาติดีที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยอ่อนนุช 80 ท่ามกลางธรรมชาติใจกลางเมือง บรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบของต้นไม้นานาชนิด
Wonderroom.bkk เป็นร้านกาแฟที่เปิดเพียง 3 วันต่อสัปดาห์เท่านั้นบริเวณทางเข้าที่แสนจะลึกลับ จนเราคิดว่า Google map พาเรามาผิดทางแน่ๆแต่พอเข้าไปถึงก็จะพบกับธรรมชาติชั้นดี กับสวนอันเงียบสงบที่มีทั้งบ่อน้ำอันกว้างขวางกับนกกระยางขาวที่ออกมาหาอาหารและคอยต้อนรับลูกค้าในบริเวณร้าน ตกแต่งสไตล์ Homey ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งทานกาแฟในบ้าน
วันนี้ได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับคุณเอี๊ยดซึ่งเป็นเจ้าของร้านก่อนเปิดร้านถึงการอยากทำตาม passion ของตัวเองให้เป็นจริงด้วยความหลงใหลในกาแฟและความอยากรู้ ทำให้คุณเอี๊ยดบาริสต้าหมุ่มไฟแรงซึ่งเป็นเจ้าของร้านได้เริ่มต้นศึกษาอย่างจริงจังมากขึ้นใส่ใจทุกขั้นตอนการทำกาแฟตลอดจนการคั่วเมล็ดกาแฟที่เจ้าของร้านลงมือคั่วเองกับมือ จึงได้เกิดเป็นร้าน Wonderroom.bkk ที่เป็นเหมือนบ้านหลังเล็กๆ ที่คอยต้อนรับทุกคน ด้วยบรรยากาศ สดชื่นในสวนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟ
ที่มาของชื่อร้าน Wonderroom.bkk มาจากชื่อเพลงในลิสอัลบั้ม tie a tie ซึ่งเจ้าของร้านนอกจากเป็นบาริสต้าแล้ว ยังเป็นนักดนตรีที่เรียกได้ว่าความสามารถล้น มีดีกรีเป็นนักดนตรี และครูสอนดนตรีไวโอลินที่ทำเพลงมาแล้ว 1 อัลบั้มเพื่อนๆสามารถหาฟังได้แล้วทางช่องทาง Jook music , Youtube นะครับ
นอกจากนี้คุณเอี๊ยดยังเล่าถึงที่มาของปกอัลบั้มที่เป็นรูปมะเขือเทศสีแดงตกแต่งในร้านอีกว่ามี inspired มาจากกระป๋อง Campbell ที่หลายๆคนรู้จักโดยผ่านการออกแบบโดยเพื่อนซึ่งเป็นดีไซต์เนอร์อยู่เนเธอร์แลนด์แล้วทำไมต้องเป็น ”มะเขือเทศ” คุณเอี๊ยดเองก็เล่าแบบขำๆว่าในตอนออกแบบนั้นในตู้เย็นเพื่อนมีแค่มะเขือเทศกับเต้าหู้ ดีนะที่เพื่อนเลือกมะเขือเทศแทนไม่งั้นคงได้รูปปกอัลบั้มเป็นเต้าหู้เป็นปกอัลบั้มแน่นอนซึ่งพอผลงานออกมาแล้วดูเท่ห์และไม่เหมือนใคร
ซึ่งเสน่ห์อีกอย่างของทีนี่ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือตัวบาริสต้าเองด้วยความเป็นกันเองและอัธยาศัยดีน่ารักมันทำให้ร้านแห่งนี้เหมือนเป็นที่แบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ของกลุ่มคนที่ชื่นชอบอะไรคล้ายๆกันทำให้ร้านกาแฟแห่งนี้ดูมีเรื่องราวน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
โดยบาริสต้าเองก็ได้ถ่ายทอดในมุมมองเรื่องราวของกาแฟ ที่ได้เรียนรู้มาและพร้อมส่งต่อแบบไม่กั๊กสำหรับใครที่อยากแลกเปลี่ยนประสบการณ์บาริสต้าอัธยาศัยดีๆพร้อมกับได้ทานกาแฟดีๆก็มาเช็คอินที่ร้านได้นะครับ
ท่ามกลางสวนกลางกรุงแบบนี้นอกจากกาแฟแล้วสวนที่นี่ยังเต็มไปด้วยต้นไม้ ที่เติบโตให้ความสงบร่มรื่นซึ่งเป็นไม้ใบแบบแรไอเท็มเยอะมากๆโดยในวันนี้ทางเราเองยังมีโอกาสได้เจอคุณแม่ที่เป็นผู้ร่วมอุดมการณ์ในการปลูกต้นไม้อีกด้วยนอกจากได้พูดคุยภาษากาแฟแล้วยังได้พูดคุยแลกเปลี่ยนการปลูกและดูแลต้นไม้อีกด้วย
กลับมาที่รสชาติกาแฟกันบ้างทางร้านนิยมใช้เมล็ดแบบคั่วกลางเป็นตัวตั้งต้นเมล็ดกาแฟที่เอี๊ยดแนะนำเราคือ Ethiopia,Uganda มีหลาย processให้เลือก
วันนี้เราได้ลองชิม 3 เมนูด้วยกัน Dirty จากเมล็ดคั่วกลางมีกลิ่นหอมให้รสชาติละมุนไม่เข้มมากไม่จางหายไปกับนม ราคา 140 บาท
สำหรับเมนู Slow Bar ดริปเป็นอเมริกาโน่ไอซ์จากเมล็ด Ethiopia anarabic มีรสชาติเปรี้ยวนิดๆกลิ่นฟรอรัลให้ความสดชื่นในยามเช้าแบบนี้มากๆครับ ราคา 120 บาท
ส่วนอีกเมนูที่อยากแนะนำ New Seasonal สัมผัสแรกได้กลิ่นส้มมีรสชาติหอมกลิ่นส้มอ่อนๆผสมกับกลิ่นวนิลา รสชาติกาแฟละมุนๆไม่มีรสไหนโดดออกมากวนใจเรียกว่ากลมกล่อมเลยครับ ราคา 140 บาท
เอาเป็นว่าสำหรับใครที่อยากมาทานกาแฟต้องมีเวลาสำหรับการดื่มด่ำกับบรรยากาศและรสชาติกาแฟ 2 ชั่วโมงเต็มๆที่ได้คุยกับบาริสต้ามีเรื่องราวให้แชร์เยอะแยะมากครับได้เห็นถึงความตั้งใจ และความสามารถที่อัดแน่นอนอยู่ในบาริสต้าคนนี้
List song
Youtube: https://bit.ly/3vfFPk6
Joox: https://bit.ly/3pGcChc
Wonderroom.bkk
Location: อ่อนนุช 80
Open Times : 09.00-17.00 น. เปิดเฉพาะวันพฤหัส ศุกร์ เสาร์ เท่านั้น
มีที่จอดรถ


















